3G ในคลื่นความถี่เดิม…ระบบแก้ขัด?

POSTED BY  ⋅ 13 สิงหาคม 2011 ⋅ 1 ความเห็น
FILED UNDER  

Picture of AIS 3G coverage in Bangkokหลังจากที่การประมูลคลื่นความถี่ 3G 2100 MHz ต้องชะงักไปเมื่อเดือนกันยายน ปีที่ผ่านมา ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือแต่ละรายก็พยายามหาทางประคับประคองเครือข่ายของตนเองเพื่อรองรับกับปริมาณการรับส่งข้อมูลที่เพิ่มขึ้นตามความนิยม smartphone และ tablet ที่เพิ่มขึ้นสูงมาก

ด้านผู้ใ้ช้บริการ ถึงแม้จะมีโทรศัพท์มือถือหรือ tablet ที่ทันสมัย แต่ก็ไม่สามารถใช้บริการได้เต็มประสิทธิภาพตามราคาที่ซื้อมา เนื่องจากเครือข่าย 3G ที่มีให้บริการเชิงพาณิชย์คือ ทีโอที และ เอไอเอส ต่างก็มีพื้นที่ให้บริการจำกัด ส่วน 3G ของ ทรูมูฟ ซึ่งทดลองให้บริการมาก่อนหน้านี้ก็มีความเร็วดาวน์โหลดและอัพโหลดที่ต่ำลงเรื่อยๆ  ทางฝั่ง 3G ของ ดีแทค ก็ทดลองในวงจำกัด ไม่ได้เปิดให้ลูกค้าทั่วไปเข้ามาใช้งาน

ในระหว่างที่รอการประมูลคลื่นความถี่ 3G 2100 MHz ซึ่งต้องรอให้กสทช.ชุดใหม่ตั้งเสร็จเสียก่อน และยังไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุอะไรที่ทำให้ต้องเลื่อนการประมูลออกไปอีกหรือไม่ ทางเลือกหนึ่งในการให้บริการโมบายดาต้า ก็คือการเอาคลื่นความถี่ในสัมปทานเดิมมาทำ 3G ซึ่งก็คือคลื่นความถี่ในย่าน 850 MHz และ 900 MHz ครับ

อย่างไรก็ตาม การทำ 3G บนคลื่นความถี่ 850 MHz และ 900 MHz ก็ไม่ได้ราบรื่นเสียทีเดียว เพราะเครื่องโทรศัพท์มือถือส่วนใหญ่ที่ใช้งานอยู่ในประเทศไทยรองรับ 3G เฉพาะความถี่ 2100 MHz ซึ่งเป็นความถี่มาตรฐานเท่านั้น มีเพียงรุ่นใหม่ๆในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเท่านั้นที่รองรับ 3G ความถี่ 850 MHz หรือ 900 MHz ซึ่งรวมกันแล้วไม่น่าจะเกิน 20% ของโทรศัพท์มือถือที่ใช้งานอยู่ในประเทศไทย

นอกจากนี้ความถี่ย่าน 850 MHz และ 900 MHz ยังมีอุปสรรคในเรื่องของสัญญาสัมปทานของแต่ละค่าย ลองมาดูกันครับ

ค่ายเอไอเอส

AIS Logoย่านความถี่ 900 MHz เป็นความถี่ที่ เอไอเอส ให้บริการภายใต้สัมปทาน ทีโอที และมีอายุสัมปทานเหลืออยู่เพียง 4 ปี  ย่านความถี่นี้มีลูกค้าระบบ 2G (จีเอสเอ็ม แอดวานซ์ และ วันทูคอล) ใช้งานอยู่เต็ม การที่จะนำมาให้บริการ 3G จึงต้องเฉือนเนื้อเอาความถี่บางส่วนออกมา ซึ่งมีความยุ่งยากทางเทคนิคมากทีเดียว หากจะไม่ให้มีผลกระทบต่อลูกค้าเดิม การขยาย 3G บนย่านความถี่ 900 MHz เดิมของค่าย เอไอเอส จึงต้องใช้ความพยายามมากกว่าค่าย ดีแทค และ ทรูมูฟ ซึ่งใช้ย่านความถี่ 850 MHz ที่ยังว่างอยู่

ค่ายดีแทค

dtac Logo3G ค่ายนี้มีความเป็นมาอีรุงตุงนังมาก เกี่ยวข้องกับตัวละครอีก 2 บริษัทคือ กสท และ ทรูมูฟ

ย่านความถี่ 850 MHz เป็นความถี่ที่ กสท เคยให้บริการโทรศัพท์ระบบ 800 (AMPS Band A) และบริษัทแทค (ปัจจุบันคือดีแทค) เคยให้บริการโทรศัพท์ระบบ 800 (AMPS Band B) ภายใต้สัมปทาน กสท ปัจจุบันโทรศัพท์ระบบ 800 ได้ปิดระบบไปแล้ว

กสท นำความถี่ย่าน 850 MHz ของตนเองไปให้บริการระบบ CDMA โดยแบ่งพื้นที่กรุงเทพฯและภาคกลาง 25 จังหวัดให้บริษัท BFKT วางเครือข่ายให้ กสท เช่า และให้ Hutch ทำตลาด โดย กสท ทำตลาดเองในภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคอีสาน ภายใต้ชื่อ CAT CDMA แต่เนื่องจากระบบ CDMA ซึ่งเป็น 3G ค่ายอเมริกันไม่เป็นที่นิยมเท่ากับ HSPA (3G ที่เราใช้กันอยู่ในขณะนี้) ซึ่งเป็น 3G ค่ายยุโรป ทาง กสท จึงจับมือกับกลุ่มทรู ไปเทคโอเวอร์บริษัท BFKT และ Hutch และทำการอัพเกรดเทคโนโลยีจาก CDMA เป็น HSPA ส่วนความถี่ย่าน 850 MHz ที่เคยให้สัมปทานกับดีแทค นั้น กสท นำมาจัดสรรใหม่โดยแบ่งให้ทั้ง ดีแทค และ ทรูมูฟ นำไปทดลอง 3G โดยความถี่ย่านนี้มีอายุสัมปทานเท่ากับอายุสัมปทานของ ดีแทค คือเหลืออายุสัมปทานอยู่ 7 ปี

ปัญหาของความถี่ย่าน 850 MHz ที่ กสท นำมาให้ ดีแทค และ ทรูมูฟ ทำ 3G คือความถี่ย่านนี้เดิมเป็นสัมปทานที่ กสท ให้กับ ดีแทค เพียงรายเดียว แต่เมื่อ กสท นำเอาความถี่มายำใหม่ แล้วแบ่งบางส่วนให้ทรูมูฟ จึงเหมือนกับการให้สัมปทานใหม่กับ ทรูมูฟ ซึ่งเสี่ยงต่อการที่ กสท จะถูกฟ้องร้องผิดในภายหลัง เพราะกฏหมายระบุว่าห้ามมีการให้สัมปทานใหม่ เพราะกฏหมายต้องการเปลี่ยนจากระบบสัมปทานซึ่งเหลื่อมล้ำไม่เท่าเทียม ไปสู่ระบบการประมูลออกใบอนุญาตคลื่นความถี่โดยเสรีอย่างเป็นธรรม

ดังนั้น กสท จึงให้ทรูมูฟ และ ดีแทค “ทดลองให้บริการ 3G” ไปก่อน โดยไม่ให้นำไปหาผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ ซึ่ง ดีแทค ก็โวยว่าตัวเองน่าจะมีสิทธิให้บริการเชิงพาณิชย์ได้ เพราะความถี่ย่าน 850 MHz เป็นสัมปทานเดิมของตนแท้ๆ แต่ กสท ก็อ้างว่าให้ไปถามอัยการสูงสุดก่อน แต่ดูเหมือนทาง ดีแทค จะไม่ยอมเสียเปรียบอีกต่อไป ได้ยินว่าจะเดินหน้าเปิด 3G เชิงพาณิชย์ในเร็วๆนี้

ค่ายทรูมูฟ

True Move 3G + WiFi Logoค่ายน้องเล็กไม่เคยเดือดร้อนในการ “ทดลองให้บริการ 3G” เพราะทำแพกเกจบันเดิล 2G และ 3G รวมกันมานานแล้ว โดยเรียกว่าเป็นค่าบริการ 2G หากจะต้องทดลองให้บริการไปอีก 7 ปีก็คงจะไม่เดือดร้อนอะไร แต่ปัญหาใหญ่ของทรูมูฟคือระยะเวลาสัมปทานในระบบ 1800 เหลืออยู่เพียง 2 ปี ถึงแม้คลื่นความถี่ย่าน 850 MHz ที่ทดลองให้บริการ 3G ยังอยู่ได้อีก 7 ปี แต่สัมปทานของทรูมูฟจะหมดลงก่อน ทรูมูฟจึงต้องดิ้นรนที่จะทำธุรกิจต่อไปในรูปแบบอื่น ซึ่งเป็นรูปแบบใดก็ได้ขอเพียงไม่ให้ถูกเรียกว่าเป็นสัมปทาน

ค่าย กสท และ ทรูมูฟเอช

TruemoveH Logoย่านความถี่ 850 MHz ที่ กสท จับมือกับกลุ่มทรู ไปเทคโอเวอร์ BFKT และ Hutch มานั้น ยังมีอายุใบอนุญาตเหลืออยู่ถึง 14 ปี ซึ่งถือว่าเป็นระบบ 3G 850 MHz ที่ดูจะมีอนาคตมากที่สุดในด้านการลงทุน แต่ก็มีความเสี่ยงสูงที่สุดในด้านกฏหมายและใบอนุญาตประกอบกิจการ มีความเสี่ยงอย่างไรคงต้องทำความเข้าใจกับสัญญาระหว่าง กสท กับ BFKT และ Hutch เสียก่อน ซึ่งปัจจุบันทั้งสองบริษัทนี้ถูกกลุ่มทรูเทคโอเวอร์ไปแล้ว

เดิมสัญญาสัมปทานของ ทีโอที และ กสท กำหนดไว้ว่าผู้รับสัมปทาน (เอไอเอส และ แทค) จะต้องส่งมอบทรัพย์สินทั้งหมดให้กับ ทีโอที และ กสท แต่เมื่อกลุ่ม ฮัทชิสัน เข้ามาทำธุรกิจกับ กสท มีทำสัญญาอีกแบบหนึ่ง ซึ่งส่งผลให้ ฮัทชิสัน เป็นเจ้าของอุปกรณ์โทรคมนาคมโดยไม่ต้องส่งมอบทรัพย์สินให้ กสท

โดย ฮัทชิสัน ใช้บริษัท BFKT ซึ่งเป็นบริษัทลูกของตัวเองเข้ามาสร้างเครือข่ายให้ กสท เช่า จากนั้น กสท ก็ว่าจ้าง ฮัทชิสัน แต่เพียงผู้เดียวให้ทำตลาด ดังนั้น กสท จึงทำหน้าที่เพียงบริหารผลประโยชน์อยู่ตรงกลาง โดยมี BFKT และ ฮัทชิสัน เป็นเสมือนผู้รับสัมปทาน ประกบ กสท เป็นแซนด์วิช

สัญญานี้ถึงแม้ว่าจะดู “แปลกๆ” แต่ก็ได้รับการคุ้มครองตามบทเฉพาะกาลของพรบ.กสทช. ซึ่งไม่มีผลย้อนหลังไปแก้ไขหรือเอาผิดสัญญาเดิม แต่เมื่อกลุ่มทรู เข้าไปเทคโอเวอร์ BFKT และ Hutch เสร็จแล้ว ทาง กสท ได้เปลี่ยนแปลงสัญญาระหว่าง กสท กับ BFKT และ Hutch ใหม่ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงหลังจากที่พรบ.กสทช. มีผลบังคับใช้ไปแล้ว ดังนั้นจึงไม่ได้รับการคุ้มครองตามบทเฉพาะกาลของพรบ.กสทช.ครับ ประเด็นที่มีความเสี่ยงด้านกฏหมายและใบอนุญาตประกอบกิจการมีหลายเรื่อง เช่น การที่ กสท จะทำตลาดเอง 20% ในชื่อ “มาย” แต่ให้สิทธิกลุ่มทรู ทำตลาดในนาม ทรูมูฟเอช ได้สูงสุดถึง 80% ของความจุทั้งหมดของระบบ เป็นการให้ ทรูมูฟเอช ผูกขาดโดยไม่แบ่งให้ผู้ค้าปลีกรายอื่นหรือไม่ และการที่ กสท ให้ BFKT สร้างเครือข่ายให้ตนเองเช่า แทนที่ กสท จะวางเครือข่ายเอง ถือว่าผิดมาตรา 46 ที่ระบุว่าผู้รับใบอนุญาตคลื่นความถี่ต้องดำเนินกิจการเอง ห้ามเอาคลื่นความถี่ไปเซ้งต่อให้คนอื่นหรือไม่ เป็นต้น เรื่องนี้ยังอีกยาวและคงไม่จบง่ายๆครับ

สรุปข้อจำกัดของ 3G ในคลื่นความถี่เดิมของแต่ละค่าย

เมื่ออ่านมาถึงจุดนี้แล้วหลายๆท่านน่าจะเข้าใจแล้วว่า การทำ 3G บนคลื่นความถี่เดิมมีอุปสรรคมากมาย แต่ยังไม่หมดเท่านี้ครับ สำหรับผู้ใช้บริการแล้วท่านยังมีปัญหาอีก 3 เรื่อง

1) พื้นที่ให้บริการ 3G บนคลื่นความถี่เดิมจะกระจุกตัวอยู่แต่ในอำเภอเมือง

การลงทุนขยายเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ 3G ในคลื่นความถี่ 850 MHz และ 900 MHz จะมีระยะเวลาคืนทุน 2-3 ปีถ้าวางเครือข่ายในตัวเมือง แต่ระยะเวลาคืนทุนจะนานถึง 6-7 ปีถ้าวางเครือข่ายออกไปนอกตัวเมือง เพราะเครื่องลูกข่ายที่รองรับ 3G ความถี่ 850 MHz และ 900 MHz ส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ และอำเภอเมืองของจังหวัดใหญ่ เมื่อมีเครื่องลูกข่ายอยู่นอกตัวเมืองน้อย เครือข่ายที่ขยายออกไปก็จะมีการใช้งานต่ำ และต้องใช้เวลานานกว่าจะคืนทุน ต่างจากการขยายเครือข่ายด้วย 3G ความถี่มาตรฐาน 2100 MHz เพราะโทรศัพท์มือถือส่วนใหญ่ในประเทศไทยรองรับความถี่นี้

ดังนั้นจึงคาดได้ว่าแต่ละค่ายจะขยายเครือข่าย 3G ในที่เดียวกัน คือแย่งลูกค้ากันเองในตัวเมือง แต่ยังไม่ขยายพื้นที่ให้บริการออกไปนอกอำเภอเมือง ถึงแม้ว่าความถี่ย่าน 850 – 900 MHz จะมีข้อดีคือส่งสัญญาณได้ไกล แต่ผู้ให้บริการจะยังไม่ได้ใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้มากนักใน 1-2 ปีข้างหน้า จนกว่าเครื่องโทรศัพท์มือถือที่รองรับ 3G ความถี่ 850 / 900 MHz จะมีการใช้งานในอำเภอรองๆมากกว่านี้ครับ

2) ไม่เกิดการแข่งขันด้านราคาอย่างเต็มที่ เพราะถ้าจะย้ายค่ายระหว่าง 900 กับ 850 จะต้องเปลี่ยนเครื่อง

โทรศัพท์มือถือ tablet และ dongle ที่รองรับ 3G ความถี่ 850 MHz และ 900 MHz มักจะรองรับเพียงย่านใดย่านหนึ่ง มีน้อยมากที่รองรับทั้ง 850 MHz และ 900 MHz ทั้งนี้เพราะตลาดของอุปกรณ์ความถี่ 850 MHz อยู่ในอเมริกา ส่วนตลาดของอุปกรณ์ความถี่ 900 MHz อยู่ในยุโรป ผู้ผลิตจึงแยกผลิตอุปกรณ์สำหรับอเมริกาและยุโรป ซึ่งทำให้ลดต้นทุนไปได้มาก

คนไทยเราเคยชินกับการสลับซิมในโทรศัพท์มือถือได้อย่างเสรีมาเป็นเวลาหลายปี เมื่อค่ายใดมีโปรโมชั่น เราก็สามารถเปลี่ยนซิมมาใช้ค่ายนั้นได้ทันที แต่ 3G ในคลื่นความถี่เดิมจะมีข้อจำกัด เพราะอุปกรณ์รองรับความถี่ไม่เหมือนกัน คนทั่วไปเมื่อซื้อมือถือหรือ tablet มาแล้ว ก็มักจะรอไปอีก 6-12 เดือน ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อเครื่องใหม่ ทำให้ต้องอยู่กับผู้ให้บริการค่ายเดิมไปอีกระยะเวลาหนึ่ง การแข่งขันราคาจึงเกิดไม่เต็มที่ จนกว่าจะมี 3G ความถี่มาตรฐาน 2100 MHz ที่อุปกรณ์ทุกเครื่องรองรับ

3) แถบความถี่ของคลื่นความถี่เดิม ไม่เพียงพอต่อการรองรับลูกค้าในระยะยาว

ประเทศสิงคโปร์ซึ่งเป็นเกาะเล็ก ๆ มีผู้ให้บริการ 3G จำนวน 3 ราย แต่ละรายได้รับแถบความถี่ไปให้บริการคนละ 15 MHz ซึ่งตอนนี้ไม่เพียงพอ แต่ละรายกำลังขอเพิ่มอีกรายละ 5 MHz รวมเป็นรายละ 20 MHz

3G ในคลื่นความถี่เดิมของแต่ละค่าย มีแถบความถี่รายละ 5 – 10 MHz ซึ่งให้บริการได้ในระยะเวลาสั้นๆ ในช่วงที่รอการประมูลคลื่นความถี่ 2100 MHz เท่านั้น ในระหว่างนี้ถ้าค่ายใดนำเอาเรื่องความเร็วดาวน์โหลดมาโฆษณาและสร้างความคาดหวังให้ลูกค้าสูงเกินไป ผมเกรงว่าจะเจ็บตัวได้ง่ายๆ

หากมีการประมูลและนำความถี่ 2100 MHz มาใช้ กสทช.จะสามารถจัดสรรให้ผู้ใ้ห้บริการได้อีก 3 ราย รายละ 15 MHz (ถ้านับ ทีโอที ที่ให้บริการอยู่แล้วก็จะรวมเป็น 4 ราย) ส่วนความถี่ 850 MHz และ 900 MHz ก็อาจนำมาจัดสรรใหม่ เพื่อเพิ่มให้กับผู้ให้บริการแต่ละรายสำหรับนำไปเสริมในจุดบอด หรือในจุดที่ต้องการครอบคลุมระยะทางไกลๆ

ถามว่า 3G ในคลื่นความถี่เดิม เป็นเพียงระบบแก้ขัดหรือไม่ ผมคิดว่า “ใช่” เพราะัมันพอใช้ได้ แต่ไม่เพียงพอ และอยู่ได้ไม่นาน ไม่ได้เป็นเพราะเทคโนโลยี แต่เป็นเพราะเรื่องอายุสัมปทาน ความกว้างของแถบความถี่ และปริมาณเครื่องลูกข่ายที่รองรับ

การแข่งขันกันให้บริการอย่างเต็มที่และการขยายพื้นที่ให้บริการอย่างรวดเร็วซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีการจัดสรรความถี่ 2100 MHz ซึ่งยังว่างและไม่ได้มีการนำมาใช้ประโยชน์ แต่จะได้ประโยชน์สูงสุดก็ต่อเมื่อมีการนำความถี่ทั้ง 2100 MHz และ 850 / 900 MHz มาเสริมกันครับ

Posted on February 25, 2012, in สาระความรู้. Bookmark the permalink. Leave a comment.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: